0

 

Advertisements
1

ข้อแนะนำเพื่อความปลอดภัยในการใช้แอร์บ้าน

โลโก้เซ็นทรัลแอร์

ข้อแนะนำเพื่อความปลอดภัยในการใช้แอร์บ้าน

  1. อย่าดึงปลั๊กไฟ ควรติดตั้งปลั๊กไฟหรือเบรกเกอร์พาวเวอร์ซัพพลายให้ห่างจากมือเด็ก
  2. อย่าพ่วงสายพาวเวอร์ซัพพลายของเครื่องปรับอากาศกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น
  3. ถอดปลั๊กหรือปิดเบรกเกอร์พาวเวอร์ซัพพลายของเครื่องปรับอากาศทุกครั้งหากไม่เปิดใช้เป็นระยะเวลานาน ๆ
  4. ห้ามตัดต่อสายไฟพาวเวอร์ซัพพลาย เนื่องจากจะทำให้สายไฟเกิดความร้อนสูงจนเกิดเพลิงไหม้ได้
  5. ห้ามใช้สเปรส์หรือน้ำยาเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูงล้างทำความสะอาด ควรใช้น้ำสบู่อ่อนๆ ผสมน้างทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศแทน
  6. อย่าเป่าลาเย็นใกล้เด็กเป็นเวลานานๆ เพราะจะทำให้ไม่สบาย
  7. ไม่ควรวางอุปกรณ์ให้ความร้อนหรือติดตั้งตู้เย็น ,เครื่องต้มน้ำร้อนฒเครื่องอบไอน้ำใกล้กับเครื่องปรับอากาศซึ่งจะทำให้ระบบปรับอากาศมีปัญหา เช่นมีหยดน้ำที่เกิดจากความร้อน หมอกควัน  เปลืองไฟ
  8. ห้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศใกล้กับที่มีการรั่วไหลของวัตถุไวไฟ เช่น แก็สหุงต้ม ,น้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากจะทำให่เกิดความร้อนไปกระทบเกิดการลุกไมห้ของเปลวไฟได้ อันตรายมาก
  9. ห้ามใช้เครื่องปรับอากาศเพื่อจุดประสงค์อื่น ที่ต้องการความแม่นยำของอุณหภูมิ เช่น ห้องเก็บอาหาร เก็บยา หรืออื่นๆ เพราะงานประเภทนี้ต้องการควบคุมความชื้น
  10. ห้ามเปิดใช้งานระบบ cool/dry เป็นระยะเวลานาน ๆ ในขณะที่ห้องมีความชื้นสูง(เกิน 80%RH)หรือมีการเปิดประตูและหน้าต่างทิ้งไว้เพราะจะทำให้เกิดหยดน้ำเกาะตัวที่ตัวเครื่องหรือบริเวณใกล้เคียงขึ้นได้

ข้อควรระวัง

  1. ระบบไฟฟ้าพาวเวอร์ซัพพลายจะต้องติดตั้งฟิวส์ เพื่อตัดต่อระบบไฟฟ้าได้โดยอัตโนมัติเมื่อเกิดปัญหาไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัย
  2. อุปกรณ์ร่วมที่จะติดตั้งกับเครื่องปรับอากาศทั้งหมดต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่สากลยอมรับและสถานที่ติดตั้งจะต้องเป็นไปดังนี้
  • ห้ามติดตั้งเครื่องปรับอากาศในห้องซักรีดหรือห้องก่อให้เกิดความร้อนสูง
  • จะต้องติดตั้งชุดแฟนคอยล์ยูนิตของเครื่องปรับอากาศให้สูงจากพื้น2-3 เมตรโดยประมาณ
  • จะต้องติดตั้งปลั๊กไฟหรือเบรกเกอร์ชุดพาวเวอร์ซัพพลายให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย
  1. ควรปิดประตูหน้าต่างให้สนิทเมื่อเปิดใช้เครื่องปรับอากาศและหากห้องของท่านไม่มีพัดลมระบายอากาศก็ควรจะเปิดประตูหรือหน้าต่างบ้าง เพื่อเป็นการเติมอากาศบริสุทธิ์เข้ามาในห้อง
  2. ห้ามทำการเคลื่อนย้ายหรือซ่อมแซมเครื่องปรับอากาศด้วยตนเอง เพราะจะทำให้ได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บควรให้ช่างมืออาชีพเชี่ยวาญดำเนินการเท่านั้น

คำแนะนำและข้อควรระวังในการใช้แอร์บ้าน

  1. เพื่อเป็นการประหยัดพลังงานไฟฟ้าควรปฏิบัติดังนี้

1.1 ปิดเครื่องปรับอากาศทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน

1.2 ปรับตั้งอุณหภูมิแอร์บ้านที่ 25 องศา

1.3 ล้างทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศอย่างน้อยทุกๆ 3 เดือน

  1. การบรรจุสารทำความเย็นชนิด R22เข้าเครื่องปรับอากาศ ต้องระวังไม่ให้รั่วไหลสู่บรรยากาศเนื่องจากส่งผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศโลก
  2. ในกรณีที่มีการเชื่อมต่อท่อทองแดงควรทำการตรวจสอบสภาพของเครื่องมือและอุปกรณ์ชุดเชื่อมว่ามีความสมบูรณ์เพียงพอที่จะทำการเชื่อมได้อย่างปลอดภัย เช่น ตรวจสอบการรั่วซึมตามสายส่งแก็ส, วาล์วปรับแรงดัน, และหัวเชื่อมด้วยฟองสบู่  ห้ามเชื่อมต่อในขณะเดินเครื่องปรับอากาศ  หรือมีน้ำยาทำความเย็นในระบบ
  3. ก่อนทำการต่อสายไฟหรือตรวจซ่อมระบบไฟฟ้ากับเครื่องปรับอากาศต้องสับสวิทช์เบรกเกอร์ลงทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยจากกระแสไฟฟ้า
  4. ต้องมั่นใจว่าขั้วต่อสายไฟที่ตำแหน่งต่าง ๆ มีการยึดแน่แข็งแรงไม่หลุดหลวม
  5. ควรติดตั้งระบบสายดินเพื่อป้องกันไม่ให้ไฟฟ้ามีการรั่วไหลและเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน

แอร์บ้านราคาถูก,แอร์ยี่ห้อไหนดี,แอร์มิตซูบิชิ,ราคาแอร์บ้านพร้อมติดตั้ง,

0

การบำรุงรักษาแอร์บ้านเบื้องต้นที่ลูกค้าทำได้เองง่ายๆ

โลโก้ซัยโจเด็นกิ

การบำรุงรักษาแอร์บ้านเบื้องต้นที่ลูกค้าทำได้เองง่ายๆ

แฟนคอยล์

  1. ดึงฟิลเตอร์ออก
  2. ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดทำความสะอาดหรือหากสกปรกมากก็ให้ใช้น้ำสะอาดล้าง
  3. หากล้างด้วยน้ำก็ควรนำฟิลเตอร์มาผึ่งลมให้แห้งก่อนใสกลับเข้าไป
  4. ทำความสะอาดแผ่นฟอก ให้ดึงแผ่นฟอกที่อยู่ช่องบนสุดขนาดเล็กออกมา  ล้างด้วยน้ำอุ่น 45 องศส
  5. ผึ่งลมให้แห้งก่อนใส่กลับคืนตำแหน่งเดิม

การสังเกตปัญหาเบื้องต้นก่อนการเรียกช่าง

  1. เมื่อความเย็นของเครื่องไม่มีแต่มีความร้อนกว่าปกติ ตรวจสอบอุณหภูมิที่กำหนดไว้และอาจปรับให้เหมาะสมหากอุณหภูมิสูงหรือต่ำเกินไป
  2. ตรวจดูแผ่นกรองอากาศ(ฟิวส์เตอร์+แผ่นฟอก)กรองสิ่งสกปรกไว้มากเกินไปหรือไม่ อาจต้องทำความสะอาดซึ่งหลังจากทำความสะอาดแล้วจะทำให้อากาศหมุนเวียนได้ดีขึ้น ระบายอากาศได้มากขึ้น
  3. ตรวจดูว่าเครื่องปรับอากาศได้ตั้งค่าไว้ในโหมด coolหรือไม่ แล้วทำการเลือกตั้งค่าโหมดตามความเหมาะสม
  4. ห้องมีคนมากเกินไปหรือไม่
  5. ตรวจดูว่ามีอากาศร้อนจากจากด้านนอกสามารถผ่านเข้ามาในห้องทางรอยแยกหรือช่องว่างได้หรือไม่

แอร์ตั้งแขวน,แอร์เพดาน,เช์คราคาแอร์บ้าน,แอร์ไดกิ้น

0

ตารางแสดงการข้อขัดข้องและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น

โลโก้ไฮเออร์

ตารางแสดงการข้อขัดข้องและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น

ปัญหาที่เกิด สาเหตุอาจเกิดจาก วิธีแก้ไข
เครื่องปรับอากาศอากาศไม่ทำงาน 1.ไม่ได้เปิดเครื่อง

2.ฟิวส์ขาดหรือไม่ได้ใส่ฟิวส์

3.ไม่ได้ต่อสายไฟ

1.ต่อสายไฟและเปิดเครื่อง

2.เปลี่ยนฟิวส์หรือเช็คระบบไฟ

3.ตรวจเช็คสายไฟ

คอมเพรสเซอร์ไม่ออกตัวและไม่มีเสียง 1.โอเวอร์โหลดตัด

2.คอนโทรลเสีย

3.สายไฟไม่ถูกต้องหรือหลวม

1.ตรวจเช็คโอเวอร์โหลด

2.ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนคอนโทรลใหม่

3.ตรวจสอบสายไฟ

คอมเพรสเซอร์ทำงานมีเสียงแต่โอเวอร์โหลดตัด 1.สายไฟไม่ถูกต้อง

2.กระแสไฟที่เข้ามามีโวลท์ต่ำ

3.สตาร์ทคาปาซิเตอร์เสียหรือต้องใส่เพิ่ม

4.สตาร์ทคาปาซิเตอร์เสียหรือต้องใส่เพิ่ม

5.ระบบภายในของคอมเพรสเซอร์ขัดข้อง

6.คอมเพรสเซอร์มีน้ำยาที่เป็นliquid มากเกิน

1.ตรวจสายไฟตามผัง

2.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า

3.เปลี่ยนสตาร์ทคาปาซิเตอร์หรือใส่เพิ่ม

4.เปลี่ยนสตาร์ทรีเลย์หรือใส่เพิ่ม

5.เปลี่ยนคอมพรสเซอร์

6..ใส่ตัวทำความร้อนหรือตัวกัดน้ำยา

คอมเพรสเซอร์เดินด้วยขดลวดสตาร์ท 1.สายไฟไม่ถูกต้อง

2.กระแสไฟที่เข้ามีโวลท์ต่ำ

3.รีเลย์ไม่ทำงาน หรือต้องใส่เพื่ม

4.รันคาปาซิเตอร์เสีย

5.ความดันทางด้านส่งสูง

6.ระบบภายในของคอมเพรสเซอร์ขัดข้อง

1.ตรวจสายไฟตามผนัง

2.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า

3.เปลี่ยนสตาร์ทรีเลย์หรือใส่เพิ่ม

4.เปลี่ยนรันคาปาซิเตอร์

5.ตรวจวาล์วเปิด-ปิดและอาจมีน้ำยามากเกินไปหรือคอนเดนเซอร์ระบายความร้อนไม่พอ

6.เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์

คอมเพรสเซอร์ทำงานแต่โอเวอร์โหลดตัด 1.กระแสไฟที่เข้าโวลท์ต่อ,เฟสไม่สม่ำเสมอ

2.โอเวอร์โหลดเสีย

3.รันคาปาซิเตอร์เสีย

4.ความดันทางด้านส่งสูงเกินไป

5.ทางกลับมีความดันสูงเกินไป

6.คอมเพรสเซอร์ร้อนมาก-น้ำยากลับร้อน

1.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า

2.เปลี่ยนโอเวอร์โหลด

3.เปลี่ยนรันคาปาซิเตอร์

4.ตรวจสอบระบบการระบายความร้อนหรือการอุดตันในระบบ

5.ปล่อยน้ำยาแอร์ส่วนที่เกินออก

6.ตรวจสอบการเติมน้ำยา,รอยรั่วและเติมน้ำยาให้เต็มตามระบบ

คอมเพรสเซอร์เดิน ๆ หยุดๆ 1.เทอร์โมสตัทตัด

2.ความดันด้านสูงตัด

3.ความดันทางต่ำตัด

1.ปรับช่วงอุณหภูมิ

2.a.ลดปริมาณน้ำยาแอร์,b.ตรวจหาอากาศในระบบน้ำยาแอร์และปล่อยอากาศออก

3.a.ตรวจรอยรั่วของวาล์วคอมเพรสเซอร์,เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์

b.ตรวจสอบน้ำยาแอร์และเติมน้ำยาเพิ่ม

c.ตรวจเช็คแคปพิลลารี่ทิ้วป์,ทำการเปลี่ยน

คอมเพรสเซอร์เดินตลอดเวลา 1.น้ำยาน้อย

2.คอนแท็คเตอร์ไม่ตัด

3.ห้องใหญ่เกินไปหรือฉนวนที่บุห้องไม่ดี

4.คอยล์เย็นเป็นน้ำแข็ง

5.คอยล์เย็นสกปรก

6.แผ่นกรองอากาศสกปรก

1.ตรวจสอบน้ำยาและเติมน้ำยาเพิ่ม

2.ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนคอนแท็คเตอร์

3.เพิ่มขนาดเครื่องให้เหมาะสมกับขนาดห้องหรือแก้ไขระบบฉนวน

4.ละลายน้ำแข็ง

5.ทำความสะอาดคอยล์เย็น

6.ทำความสะอาดหรือเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศใหม่

สตาร์ทคาปาซิเตอร์เสีย ช็อตหรือระเบิด 1.กระแสไฟที่เข้ามาโวลท์สูงเกินไป 1.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า
รันคาปาซิเตอร์เสีย ช็อตหรือระเบิด 1.กระแสไฟที่เข้ามามีโวลท์ต่ำหรือสูงเกินไป 1.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า
อุณหภูมิสูงเกินไป 1.ตั้งอุณหภูมิสูงไว้สูงมาก

2.เอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์เล็กไป

1.ปรับอุณหภูมิให้ลดลง

2.เปลี่ยนเอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์

ท่อทางกลับเป็นน้ำแข็งหรือเป็นเหงื่อ 1.เอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์เล็กไป

2.เอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์อุดตัน

3.พัดลมคอยล์เย็นไม่ทำงาน

4.น้ำยามากเกินไป

1.เปลี่ยนเอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์

2.ทำความสะอาดเอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์

3.ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนพัดลม

4.แก้ไขชาร์จน้ำยาให้ถูกต้อง

ท่อทางส่งเป็นน้ำแข็งหรือเป็นเหงื่อ 1.ตัวดรายเออร์ชื้นหรือแสตนเนอร์อุดตัน 1.เปลี่ยนตัวดรายเออร์ชื้นหรือแสตนเนอร์
เครื่องมีเสียงดัง 1.เครื่องอาจยึดไม่แน่น

2.ท่อสั่นทำให้เกิดเสียง

3.ใบพัดทำให้เกิดเสียง

4.ลูกปืนหรือบูชมอเตอร์หลวม

1.ตรวจสอบและขันให้แน่น

2.ปรับท่อให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย

3.เปลี่ยนใบพัด

4.เปลี่ยนมอเตอร์

ตารางแสดงการข้อขัดข้องและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น

ปัญหาที่เกิด สาเหตุอาจเกิดจาก วิธีแก้ไข
เครื่องปรับอากาศอากาศไม่ทำงาน 1.ไม่ได้เปิดเครื่อง

2.ฟิวส์ขาดหรือไม่ได้ใส่ฟิวส์

3.ไม่ได้ต่อสายไฟ

1.ต่อสายไฟและเปิดเครื่อง

2.เปลี่ยนฟิวส์หรือเช็คระบบไฟ

3.ตรวจเช็คสายไฟ

คอมเพรสเซอร์ไม่ออกตัวและไม่มีเสียง 1.โอเวอร์โหลดตัด

2.คอนโทรลเสีย

3.สายไฟไม่ถูกต้องหรือหลวม

1.ตรวจเช็คโอเวอร์โหลด

2.ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนคอนโทรลใหม่

3.ตรวจสอบสายไฟ

คอมเพรสเซอร์ทำงานมีเสียงแต่โอเวอร์โหลดตัด 1.สายไฟไม่ถูกต้อง

2.กระแสไฟที่เข้ามามีโวลท์ต่ำ

3.สตาร์ทคาปาซิเตอร์เสียหรือต้องใส่เพิ่ม

4.สตาร์ทคาปาซิเตอร์เสียหรือต้องใส่เพิ่ม

5.ระบบภายในของคอมเพรสเซอร์ขัดข้อง

6.คอมเพรสเซอร์มีน้ำยาที่เป็นliquid มากเกิน

1.ตรวจสายไฟตามผัง

2.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า

3.เปลี่ยนสตาร์ทคาปาซิเตอร์หรือใส่เพิ่ม

4.เปลี่ยนสตาร์ทรีเลย์หรือใส่เพิ่ม

5.เปลี่ยนคอมพรสเซอร์

6..ใส่ตัวทำความร้อนหรือตัวกัดน้ำยา

คอมเพรสเซอร์เดินด้วยขดลวดสตาร์ท 1.สายไฟไม่ถูกต้อง

2.กระแสไฟที่เข้ามีโวลท์ต่ำ

3.รีเลย์ไม่ทำงาน หรือต้องใส่เพื่ม

4.รันคาปาซิเตอร์เสีย

5.ความดันทางด้านส่งสูง

6.ระบบภายในของคอมเพรสเซอร์ขัดข้อง

1.ตรวจสายไฟตามผนัง

2.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า

3.เปลี่ยนสตาร์ทรีเลย์หรือใส่เพิ่ม

4.เปลี่ยนรันคาปาซิเตอร์

5.ตรวจวาล์วเปิด-ปิดและอาจมีน้ำยามากเกินไปหรือคอนเดนเซอร์ระบายความร้อนไม่พอ

6.เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์

คอมเพรสเซอร์ทำงานแต่โอเวอร์โหลดตัด 1.กระแสไฟที่เข้าโวลท์ต่อ,เฟสไม่สม่ำเสมอ

2.โอเวอร์โหลดเสีย

3.รันคาปาซิเตอร์เสีย

4.ความดันทางด้านส่งสูงเกินไป

5.ทางกลับมีความดันสูงเกินไป

6.คอมเพรสเซอร์ร้อนมาก-น้ำยากลับร้อน

1.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า

2.เปลี่ยนโอเวอร์โหลด

3.เปลี่ยนรันคาปาซิเตอร์

4.ตรวจสอบระบบการระบายความร้อนหรือการอุดตันในระบบ

5.ปล่อยน้ำยาแอร์ส่วนที่เกินออก

6.ตรวจสอบการเติมน้ำยา,รอยรั่วและเติมน้ำยาให้เต็มตามระบบ

คอมเพรสเซอร์เดิน ๆ หยุดๆ 1.เทอร์โมสตัทตัด

2.ความดันด้านสูงตัด

3.ความดันทางต่ำตัด

1.ปรับช่วงอุณหภูมิ

2.a.ลดปริมาณน้ำยาแอร์,b.ตรวจหาอากาศในระบบน้ำยาแอร์และปล่อยอากาศออก

3.a.ตรวจรอยรั่วของวาล์วคอมเพรสเซอร์,เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์

b.ตรวจสอบน้ำยาแอร์และเติมน้ำยาเพิ่ม

c.ตรวจเช็คแคปพิลลารี่ทิ้วป์,ทำการเปลี่ยน

คอมเพรสเซอร์เดินตลอดเวลา 1.น้ำยาน้อย

2.คอนแท็คเตอร์ไม่ตัด

3.ห้องใหญ่เกินไปหรือฉนวนที่บุห้องไม่ดี

4.คอยล์เย็นเป็นน้ำแข็ง

5.คอยล์เย็นสกปรก

6.แผ่นกรองอากาศสกปรก

1.ตรวจสอบน้ำยาและเติมน้ำยาเพิ่ม

2.ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนคอนแท็คเตอร์

3.เพิ่มขนาดเครื่องให้เหมาะสมกับขนาดห้องหรือแก้ไขระบบฉนวน

4.ละลายน้ำแข็ง

5.ทำความสะอาดคอยล์เย็น

6.ทำความสะอาดหรือเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศใหม่

สตาร์ทคาปาซิเตอร์เสีย ช็อตหรือระเบิด 1.กระแสไฟที่เข้ามาโวลท์สูงเกินไป 1.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า
รันคาปาซิเตอร์เสีย ช็อตหรือระเบิด 1.กระแสไฟที่เข้ามามีโวลท์ต่ำหรือสูงเกินไป 1.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า
อุณหภูมิสูงเกินไป 1.ตั้งอุณหภูมิสูงไว้สูงมาก

2.เอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์เล็กไป

1.ปรับอุณหภูมิให้ลดลง

2.เปลี่ยนเอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์

ท่อทางกลับเป็นน้ำแข็งหรือเป็นเหงื่อ 1.เอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์เล็กไป

2.เอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์อุดตัน

3.พัดลมคอยล์เย็นไม่ทำงาน

4.น้ำยามากเกินไป

1.เปลี่ยนเอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์

2.ทำความสะอาดเอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์

3.ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนพัดลม

4.แก้ไขชาร์จน้ำยาให้ถูกต้อง

ท่อทางส่งเป็นน้ำแข็งหรือเป็นเหงื่อ 1.ตัวดรายเออร์ชื้นหรือแสตนเนอร์อุดตัน 1.เปลี่ยนตัวดรายเออร์ชื้นหรือแสตนเนอร์
เครื่องมีเสียงดัง 1.เครื่องอาจยึดไม่แน่น

2.ท่อสั่นทำให้เกิดเสียง

3.ใบพัดทำให้เกิดเสียง

4.ลูกปืนหรือบูชมอเตอร์หลวม

1.ตรวจสอบและขันให้แน่น

2.ปรับท่อให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย

3.เปลี่ยนใบพัด

4.เปลี่ยนมอเตอร์

 

ปัญหาที่เกิด สาเหตุอาจเกิดจาก วิธีแก้ไข
เครื่องปรับอากาศอากาศไม่ทำงาน 1.ไม่ได้เปิดเครื่อง

2.ฟิวส์ขาดหรือไม่ได้ใส่ฟิวส์

3.ไม่ได้ต่อสายไฟ

1.ต่อสายไฟและเปิดเครื่อง

2.เปลี่ยนฟิวส์หรือเช็คระบบไฟ

3.ตรวจเช็คสายไฟ

คอมเพรสเซอร์ไม่ออกตัวและไม่มีเสียง 1.โอเวอร์โหลดตัด

2.คอนโทรลเสีย

3.สายไฟไม่ถูกต้องหรือหลวม

1.ตรวจเช็คโอเวอร์โหลด

2.ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนคอนโทรลใหม่

3.ตรวจสอบสายไฟ

คอมเพรสเซอร์ทำงานมีเสียงแต่โอเวอร์โหลดตัด 1.สายไฟไม่ถูกต้อง

2.กระแสไฟที่เข้ามามีโวลท์ต่ำ

3.สตาร์ทคาปาซิเตอร์เสียหรือต้องใส่เพิ่ม

4.สตาร์ทคาปาซิเตอร์เสียหรือต้องใส่เพิ่ม

5.ระบบภายในของคอมเพรสเซอร์ขัดข้อง

6.คอมเพรสเซอร์มีน้ำยาที่เป็นliquid มากเกิน

1.ตรวจสายไฟตามผัง

2.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า

3.เปลี่ยนสตาร์ทคาปาซิเตอร์หรือใส่เพิ่ม

4.เปลี่ยนสตาร์ทรีเลย์หรือใส่เพิ่ม

5.เปลี่ยนคอมพรสเซอร์

6..ใส่ตัวทำความร้อนหรือตัวกัดน้ำยา

คอมเพรสเซอร์เดินด้วยขดลวดสตาร์ท 1.สายไฟไม่ถูกต้อง

2.กระแสไฟที่เข้ามีโวลท์ต่ำ

3.รีเลย์ไม่ทำงาน หรือต้องใส่เพื่ม

4.รันคาปาซิเตอร์เสีย

5.ความดันทางด้านส่งสูง

6.ระบบภายในของคอมเพรสเซอร์ขัดข้อง

1.ตรวจสายไฟตามผนัง

2.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า

3.เปลี่ยนสตาร์ทรีเลย์หรือใส่เพิ่ม

4.เปลี่ยนรันคาปาซิเตอร์

5.ตรวจวาล์วเปิด-ปิดและอาจมีน้ำยามากเกินไปหรือคอนเดนเซอร์ระบายความร้อนไม่พอ

6.เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์

คอมเพรสเซอร์ทำงานแต่โอเวอร์โหลดตัด 1.กระแสไฟที่เข้าโวลท์ต่อ,เฟสไม่สม่ำเสมอ

2.โอเวอร์โหลดเสีย

3.รันคาปาซิเตอร์เสีย

4.ความดันทางด้านส่งสูงเกินไป

5.ทางกลับมีความดันสูงเกินไป

6.คอมเพรสเซอร์ร้อนมาก-น้ำยากลับร้อน

1.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า

2.เปลี่ยนโอเวอร์โหลด

3.เปลี่ยนรันคาปาซิเตอร์

4.ตรวจสอบระบบการระบายความร้อนหรือการอุดตันในระบบ

5.ปล่อยน้ำยาแอร์ส่วนที่เกินออก

6.ตรวจสอบการเติมน้ำยา,รอยรั่วและเติมน้ำยาให้เต็มตามระบบ

คอมเพรสเซอร์เดิน ๆ หยุดๆ 1.เทอร์โมสตัทตัด

2.ความดันด้านสูงตัด

3.ความดันทางต่ำตัด

1.ปรับช่วงอุณหภูมิ

2.a.ลดปริมาณน้ำยาแอร์,b.ตรวจหาอากาศในระบบน้ำยาแอร์และปล่อยอากาศออก

3.a.ตรวจรอยรั่วของวาล์วคอมเพรสเซอร์,เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์

b.ตรวจสอบน้ำยาแอร์และเติมน้ำยาเพิ่ม

c.ตรวจเช็คแคปพิลลารี่ทิ้วป์,ทำการเปลี่ยน

คอมเพรสเซอร์เดินตลอดเวลา 1.น้ำยาน้อย

2.คอนแท็คเตอร์ไม่ตัด

3.ห้องใหญ่เกินไปหรือฉนวนที่บุห้องไม่ดี

4.คอยล์เย็นเป็นน้ำแข็ง

5.คอยล์เย็นสกปรก

6.แผ่นกรองอากาศสกปรก

1.ตรวจสอบน้ำยาและเติมน้ำยาเพิ่ม

2.ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนคอนแท็คเตอร์

3.เพิ่มขนาดเครื่องให้เหมาะสมกับขนาดห้องหรือแก้ไขระบบฉนวน

4.ละลายน้ำแข็ง

5.ทำความสะอาดคอยล์เย็น

6.ทำความสะอาดหรือเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศใหม่

สตาร์ทคาปาซิเตอร์เสีย ช็อตหรือระเบิด 1.กระแสไฟที่เข้ามาโวลท์สูงเกินไป 1.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า
รันคาปาซิเตอร์เสีย ช็อตหรือระเบิด 1.กระแสไฟที่เข้ามามีโวลท์ต่ำหรือสูงเกินไป 1.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า
อุณหภูมิสูงเกินไป 1.ตั้งอุณหภูมิสูงไว้สูงมาก

2.เอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์เล็กไป

1.ปรับอุณหภูมิให้ลดลง

2.เปลี่ยนเอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์

ท่อทางกลับเป็นน้ำแข็งหรือเป็นเหงื่อ 1.เอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์เล็กไป

2.เอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์อุดตัน

3.พัดลมคอยล์เย็นไม่ทำงาน

4.น้ำยามากเกินไป

1.เปลี่ยนเอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์

2.ทำความสะอาดเอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์

3.ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนพัดลม

4.แก้ไขชาร์จน้ำยาให้ถูกต้อง

ท่อทางส่งเป็นน้ำแข็งหรือเป็นเหงื่อ 1.ตัวดรายเออร์ชื้นหรือแสตนเนอร์อุดตัน 1.เปลี่ยนตัวดรายเออร์ชื้นหรือแสตนเนอร์
เครื่องมีเสียงดัง 1.เครื่องอาจยึดไม่แน่น

2.ท่อสั่นทำให้เกิดเสียง

3.ใบพัดทำให้เกิดเสียง

4.ลูกปืนหรือบูชมอเตอร์หลวม

1.ตรวจสอบและขันให้แน่น

2.ปรับท่อให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย

3.เปลี่ยนใบพัด

4.เปลี่ยนมอเตอร์

ตารางแสดงการข้อขัดข้องและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น

ปัญหาที่เกิด สาเหตุอาจเกิดจาก วิธีแก้ไข
เครื่องปรับอากาศอากาศไม่ทำงาน 1.ไม่ได้เปิดเครื่อง

2.ฟิวส์ขาดหรือไม่ได้ใส่ฟิวส์

3.ไม่ได้ต่อสายไฟ

1.ต่อสายไฟและเปิดเครื่อง

2.เปลี่ยนฟิวส์หรือเช็คระบบไฟ

3.ตรวจเช็คสายไฟ

คอมเพรสเซอร์ไม่ออกตัวและไม่มีเสียง 1.โอเวอร์โหลดตัด

2.คอนโทรลเสีย

3.สายไฟไม่ถูกต้องหรือหลวม

1.ตรวจเช็คโอเวอร์โหลด

2.ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนคอนโทรลใหม่

3.ตรวจสอบสายไฟ

คอมเพรสเซอร์ทำงานมีเสียงแต่โอเวอร์โหลดตัด 1.สายไฟไม่ถูกต้อง

2.กระแสไฟที่เข้ามามีโวลท์ต่ำ

3.สตาร์ทคาปาซิเตอร์เสียหรือต้องใส่เพิ่ม

4.สตาร์ทคาปาซิเตอร์เสียหรือต้องใส่เพิ่ม

5.ระบบภายในของคอมเพรสเซอร์ขัดข้อง

6.คอมเพรสเซอร์มีน้ำยาที่เป็นliquid มากเกิน

1.ตรวจสายไฟตามผัง

2.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า

3.เปลี่ยนสตาร์ทคาปาซิเตอร์หรือใส่เพิ่ม

4.เปลี่ยนสตาร์ทรีเลย์หรือใส่เพิ่ม

5.เปลี่ยนคอมพรสเซอร์

6..ใส่ตัวทำความร้อนหรือตัวกัดน้ำยา

คอมเพรสเซอร์เดินด้วยขดลวดสตาร์ท 1.สายไฟไม่ถูกต้อง

2.กระแสไฟที่เข้ามีโวลท์ต่ำ

3.รีเลย์ไม่ทำงาน หรือต้องใส่เพื่ม

4.รันคาปาซิเตอร์เสีย

5.ความดันทางด้านส่งสูง

6.ระบบภายในของคอมเพรสเซอร์ขัดข้อง

1.ตรวจสายไฟตามผนัง

2.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า

3.เปลี่ยนสตาร์ทรีเลย์หรือใส่เพิ่ม

4.เปลี่ยนรันคาปาซิเตอร์

5.ตรวจวาล์วเปิด-ปิดและอาจมีน้ำยามากเกินไปหรือคอนเดนเซอร์ระบายความร้อนไม่พอ

6.เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์

คอมเพรสเซอร์ทำงานแต่โอเวอร์โหลดตัด 1.กระแสไฟที่เข้าโวลท์ต่อ,เฟสไม่สม่ำเสมอ

2.โอเวอร์โหลดเสีย

3.รันคาปาซิเตอร์เสีย

4.ความดันทางด้านส่งสูงเกินไป

5.ทางกลับมีความดันสูงเกินไป

6.คอมเพรสเซอร์ร้อนมาก-น้ำยากลับร้อน

1.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า

2.เปลี่ยนโอเวอร์โหลด

3.เปลี่ยนรันคาปาซิเตอร์

4.ตรวจสอบระบบการระบายความร้อนหรือการอุดตันในระบบ

5.ปล่อยน้ำยาแอร์ส่วนที่เกินออก

6.ตรวจสอบการเติมน้ำยา,รอยรั่วและเติมน้ำยาให้เต็มตามระบบ

คอมเพรสเซอร์เดิน ๆ หยุดๆ 1.เทอร์โมสตัทตัด

2.ความดันด้านสูงตัด

3.ความดันทางต่ำตัด

1.ปรับช่วงอุณหภูมิ

2.a.ลดปริมาณน้ำยาแอร์,b.ตรวจหาอากาศในระบบน้ำยาแอร์และปล่อยอากาศออก

3.a.ตรวจรอยรั่วของวาล์วคอมเพรสเซอร์,เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์

b.ตรวจสอบน้ำยาแอร์และเติมน้ำยาเพิ่ม

c.ตรวจเช็คแคปพิลลารี่ทิ้วป์,ทำการเปลี่ยน

คอมเพรสเซอร์เดินตลอดเวลา 1.น้ำยาน้อย

2.คอนแท็คเตอร์ไม่ตัด

3.ห้องใหญ่เกินไปหรือฉนวนที่บุห้องไม่ดี

4.คอยล์เย็นเป็นน้ำแข็ง

5.คอยล์เย็นสกปรก

6.แผ่นกรองอากาศสกปรก

1.ตรวจสอบน้ำยาและเติมน้ำยาเพิ่ม

2.ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนคอนแท็คเตอร์

3.เพิ่มขนาดเครื่องให้เหมาะสมกับขนาดห้องหรือแก้ไขระบบฉนวน

4.ละลายน้ำแข็ง

5.ทำความสะอาดคอยล์เย็น

6.ทำความสะอาดหรือเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศใหม่

สตาร์ทคาปาซิเตอร์เสีย ช็อตหรือระเบิด 1.กระแสไฟที่เข้ามาโวลท์สูงเกินไป 1.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า
รันคาปาซิเตอร์เสีย ช็อตหรือระเบิด 1.กระแสไฟที่เข้ามามีโวลท์ต่ำหรือสูงเกินไป 1.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า
อุณหภูมิสูงเกินไป 1.ตั้งอุณหภูมิสูงไว้สูงมาก

2.เอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์เล็กไป

1.ปรับอุณหภูมิให้ลดลง

2.เปลี่ยนเอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์

ท่อทางกลับเป็นน้ำแข็งหรือเป็นเหงื่อ 1.เอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์เล็กไป

2.เอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์อุดตัน

3.พัดลมคอยล์เย็นไม่ทำงาน

4.น้ำยามากเกินไป

1.เปลี่ยนเอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์

2.ทำความสะอาดเอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์

3.ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนพัดลม

4.แก้ไขชาร์จน้ำยาให้ถูกต้อง

ท่อทางส่งเป็นน้ำแข็งหรือเป็นเหงื่อ 1.ตัวดรายเออร์ชื้นหรือแสตนเนอร์อุดตัน 1.เปลี่ยนตัวดรายเออร์ชื้นหรือแสตนเนอร์
เครื่องมีเสียงดัง 1.เครื่องอาจยึดไม่แน่น

2.ท่อสั่นทำให้เกิดเสียง

3.ใบพัดทำให้เกิดเสียง

4.ลูกปืนหรือบูชมอเตอร์หลวม

1.ตรวจสอบและขันให้แน่น

2.ปรับท่อให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย

3.เปลี่ยนใบพัด

4.เปลี่ยนมอเตอร์

ตารางแสดงการข้อขัดข้องและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น

ปัญหาที่เกิด สาเหตุอาจเกิดจาก วิธีแก้ไข
เครื่องปรับอากาศอากาศไม่ทำงาน 1.ไม่ได้เปิดเครื่อง

2.ฟิวส์ขาดหรือไม่ได้ใส่ฟิวส์

3.ไม่ได้ต่อสายไฟ

1.ต่อสายไฟและเปิดเครื่อง

2.เปลี่ยนฟิวส์หรือเช็คระบบไฟ

3.ตรวจเช็คสายไฟ

คอมเพรสเซอร์ไม่ออกตัวและไม่มีเสียง 1.โอเวอร์โหลดตัด

2.คอนโทรลเสีย

3.สายไฟไม่ถูกต้องหรือหลวม

1.ตรวจเช็คโอเวอร์โหลด

2.ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนคอนโทรลใหม่

3.ตรวจสอบสายไฟ

คอมเพรสเซอร์ทำงานมีเสียงแต่โอเวอร์โหลดตัด 1.สายไฟไม่ถูกต้อง

2.กระแสไฟที่เข้ามามีโวลท์ต่ำ

3.สตาร์ทคาปาซิเตอร์เสียหรือต้องใส่เพิ่ม

4.สตาร์ทคาปาซิเตอร์เสียหรือต้องใส่เพิ่ม

5.ระบบภายในของคอมเพรสเซอร์ขัดข้อง

6.คอมเพรสเซอร์มีน้ำยาที่เป็นliquid มากเกิน

1.ตรวจสายไฟตามผัง

2.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า

3.เปลี่ยนสตาร์ทคาปาซิเตอร์หรือใส่เพิ่ม

4.เปลี่ยนสตาร์ทรีเลย์หรือใส่เพิ่ม

5.เปลี่ยนคอมพรสเซอร์

6..ใส่ตัวทำความร้อนหรือตัวกัดน้ำยา

คอมเพรสเซอร์เดินด้วยขดลวดสตาร์ท 1.สายไฟไม่ถูกต้อง

2.กระแสไฟที่เข้ามีโวลท์ต่ำ

3.รีเลย์ไม่ทำงาน หรือต้องใส่เพื่ม

4.รันคาปาซิเตอร์เสีย

5.ความดันทางด้านส่งสูง

6.ระบบภายในของคอมเพรสเซอร์ขัดข้อง

1.ตรวจสายไฟตามผนัง

2.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า

3.เปลี่ยนสตาร์ทรีเลย์หรือใส่เพิ่ม

4.เปลี่ยนรันคาปาซิเตอร์

5.ตรวจวาล์วเปิด-ปิดและอาจมีน้ำยามากเกินไปหรือคอนเดนเซอร์ระบายความร้อนไม่พอ

6.เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์

คอมเพรสเซอร์ทำงานแต่โอเวอร์โหลดตัด 1.กระแสไฟที่เข้าโวลท์ต่อ,เฟสไม่สม่ำเสมอ

2.โอเวอร์โหลดเสีย

3.รันคาปาซิเตอร์เสีย

4.ความดันทางด้านส่งสูงเกินไป

5.ทางกลับมีความดันสูงเกินไป

6.คอมเพรสเซอร์ร้อนมาก-น้ำยากลับร้อน

1.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า

2.เปลี่ยนโอเวอร์โหลด

3.เปลี่ยนรันคาปาซิเตอร์

4.ตรวจสอบระบบการระบายความร้อนหรือการอุดตันในระบบ

5.ปล่อยน้ำยาแอร์ส่วนที่เกินออก

6.ตรวจสอบการเติมน้ำยา,รอยรั่วและเติมน้ำยาให้เต็มตามระบบ

คอมเพรสเซอร์เดิน ๆ หยุดๆ 1.เทอร์โมสตัทตัด

2.ความดันด้านสูงตัด

3.ความดันทางต่ำตัด

1.ปรับช่วงอุณหภูมิ

2.a.ลดปริมาณน้ำยาแอร์,b.ตรวจหาอากาศในระบบน้ำยาแอร์และปล่อยอากาศออก

3.a.ตรวจรอยรั่วของวาล์วคอมเพรสเซอร์,เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์

b.ตรวจสอบน้ำยาแอร์และเติมน้ำยาเพิ่ม

c.ตรวจเช็คแคปพิลลารี่ทิ้วป์,ทำการเปลี่ยน

คอมเพรสเซอร์เดินตลอดเวลา 1.น้ำยาน้อย

2.คอนแท็คเตอร์ไม่ตัด

3.ห้องใหญ่เกินไปหรือฉนวนที่บุห้องไม่ดี

4.คอยล์เย็นเป็นน้ำแข็ง

5.คอยล์เย็นสกปรก

6.แผ่นกรองอากาศสกปรก

1.ตรวจสอบน้ำยาและเติมน้ำยาเพิ่ม

2.ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนคอนแท็คเตอร์

3.เพิ่มขนาดเครื่องให้เหมาะสมกับขนาดห้องหรือแก้ไขระบบฉนวน

4.ละลายน้ำแข็ง

5.ทำความสะอาดคอยล์เย็น

6.ทำความสะอาดหรือเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศใหม่

สตาร์ทคาปาซิเตอร์เสีย ช็อตหรือระเบิด 1.กระแสไฟที่เข้ามาโวลท์สูงเกินไป 1.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า
รันคาปาซิเตอร์เสีย ช็อตหรือระเบิด 1.กระแสไฟที่เข้ามามีโวลท์ต่ำหรือสูงเกินไป 1.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า
อุณหภูมิสูงเกินไป 1.ตั้งอุณหภูมิสูงไว้สูงมาก

2.เอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์เล็กไป

1.ปรับอุณหภูมิให้ลดลง

2.เปลี่ยนเอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์

ท่อทางกลับเป็นน้ำแข็งหรือเป็นเหงื่อ 1.เอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์เล็กไป

2.เอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์อุดตัน

3.พัดลมคอยล์เย็นไม่ทำงาน

4.น้ำยามากเกินไป

1.เปลี่ยนเอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์

2.ทำความสะอาดเอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์

3.ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนพัดลม

4.แก้ไขชาร์จน้ำยาให้ถูกต้อง

ท่อทางส่งเป็นน้ำแข็งหรือเป็นเหงื่อ 1.ตัวดรายเออร์ชื้นหรือแสตนเนอร์อุดตัน 1.เปลี่ยนตัวดรายเออร์ชื้นหรือแสตนเนอร์
เครื่องมีเสียงดัง 1.เครื่องอาจยึดไม่แน่น

2.ท่อสั่นทำให้เกิดเสียง

3.ใบพัดทำให้เกิดเสียง

4.ลูกปืนหรือบูชมอเตอร์หลวม

1.ตรวจสอบและขันให้แน่น

2.ปรับท่อให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย

3.เปลี่ยนใบพัด

4.เปลี่ยนมอเตอร์

 

ปัญหาที่เกิด สาเหตุอาจเกิดจาก วิธีแก้ไข
เครื่องปรับอากาศอากาศไม่ทำงาน 1.ไม่ได้เปิดเครื่อง

2.ฟิวส์ขาดหรือไม่ได้ใส่ฟิวส์

3.ไม่ได้ต่อสายไฟ

1.ต่อสายไฟและเปิดเครื่อง

2.เปลี่ยนฟิวส์หรือเช็คระบบไฟ

3.ตรวจเช็คสายไฟ

คอมเพรสเซอร์ไม่ออกตัวและไม่มีเสียง 1.โอเวอร์โหลดตัด

2.คอนโทรลเสีย

3.สายไฟไม่ถูกต้องหรือหลวม

1.ตรวจเช็คโอเวอร์โหลด

2.ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนคอนโทรลใหม่

3.ตรวจสอบสายไฟ

คอมเพรสเซอร์ทำงานมีเสียงแต่โอเวอร์โหลดตัด 1.สายไฟไม่ถูกต้อง

2.กระแสไฟที่เข้ามามีโวลท์ต่ำ

3.สตาร์ทคาปาซิเตอร์เสียหรือต้องใส่เพิ่ม

4.สตาร์ทคาปาซิเตอร์เสียหรือต้องใส่เพิ่ม

5.ระบบภายในของคอมเพรสเซอร์ขัดข้อง

6.คอมเพรสเซอร์มีน้ำยาที่เป็นliquid มากเกิน

1.ตรวจสายไฟตามผัง

2.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า

3.เปลี่ยนสตาร์ทคาปาซิเตอร์หรือใส่เพิ่ม

4.เปลี่ยนสตาร์ทรีเลย์หรือใส่เพิ่ม

5.เปลี่ยนคอมพรสเซอร์

6..ใส่ตัวทำความร้อนหรือตัวกัดน้ำยา

คอมเพรสเซอร์เดินด้วยขดลวดสตาร์ท 1.สายไฟไม่ถูกต้อง

2.กระแสไฟที่เข้ามีโวลท์ต่ำ

3.รีเลย์ไม่ทำงาน หรือต้องใส่เพื่ม

4.รันคาปาซิเตอร์เสีย

5.ความดันทางด้านส่งสูง

6.ระบบภายในของคอมเพรสเซอร์ขัดข้อง

1.ตรวจสายไฟตามผนัง

2.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า

3.เปลี่ยนสตาร์ทรีเลย์หรือใส่เพิ่ม

4.เปลี่ยนรันคาปาซิเตอร์

5.ตรวจวาล์วเปิด-ปิดและอาจมีน้ำยามากเกินไปหรือคอนเดนเซอร์ระบายความร้อนไม่พอ

6.เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์

คอมเพรสเซอร์ทำงานแต่โอเวอร์โหลดตัด 1.กระแสไฟที่เข้าโวลท์ต่อ,เฟสไม่สม่ำเสมอ

2.โอเวอร์โหลดเสีย

3.รันคาปาซิเตอร์เสีย

4.ความดันทางด้านส่งสูงเกินไป

5.ทางกลับมีความดันสูงเกินไป

6.คอมเพรสเซอร์ร้อนมาก-น้ำยากลับร้อน

1.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า

2.เปลี่ยนโอเวอร์โหลด

3.เปลี่ยนรันคาปาซิเตอร์

4.ตรวจสอบระบบการระบายความร้อนหรือการอุดตันในระบบ

5.ปล่อยน้ำยาแอร์ส่วนที่เกินออก

6.ตรวจสอบการเติมน้ำยา,รอยรั่วและเติมน้ำยาให้เต็มตามระบบ

คอมเพรสเซอร์เดิน ๆ หยุดๆ 1.เทอร์โมสตัทตัด

2.ความดันด้านสูงตัด

3.ความดันทางต่ำตัด

1.ปรับช่วงอุณหภูมิ

2.a.ลดปริมาณน้ำยาแอร์,b.ตรวจหาอากาศในระบบน้ำยาแอร์และปล่อยอากาศออก

3.a.ตรวจรอยรั่วของวาล์วคอมเพรสเซอร์,เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์

b.ตรวจสอบน้ำยาแอร์และเติมน้ำยาเพิ่ม

c.ตรวจเช็คแคปพิลลารี่ทิ้วป์,ทำการเปลี่ยน

คอมเพรสเซอร์เดินตลอดเวลา 1.น้ำยาน้อย

2.คอนแท็คเตอร์ไม่ตัด

3.ห้องใหญ่เกินไปหรือฉนวนที่บุห้องไม่ดี

4.คอยล์เย็นเป็นน้ำแข็ง

5.คอยล์เย็นสกปรก

6.แผ่นกรองอากาศสกปรก

1.ตรวจสอบน้ำยาและเติมน้ำยาเพิ่ม

2.ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนคอนแท็คเตอร์

3.เพิ่มขนาดเครื่องให้เหมาะสมกับขนาดห้องหรือแก้ไขระบบฉนวน

4.ละลายน้ำแข็ง

5.ทำความสะอาดคอยล์เย็น

6.ทำความสะอาดหรือเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศใหม่

สตาร์ทคาปาซิเตอร์เสีย ช็อตหรือระเบิด 1.กระแสไฟที่เข้ามาโวลท์สูงเกินไป 1.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า
รันคาปาซิเตอร์เสีย ช็อตหรือระเบิด 1.กระแสไฟที่เข้ามามีโวลท์ต่ำหรือสูงเกินไป 1.ตรวจแหล่งจ่ายไฟฟ้า
อุณหภูมิสูงเกินไป 1.ตั้งอุณหภูมิสูงไว้สูงมาก

2.เอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์เล็กไป

1.ปรับอุณหภูมิให้ลดลง

2.เปลี่ยนเอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์

ท่อทางกลับเป็นน้ำแข็งหรือเป็นเหงื่อ 1.เอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์เล็กไป

2.เอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์อุดตัน

3.พัดลมคอยล์เย็นไม่ทำงาน

4.น้ำยามากเกินไป

1.เปลี่ยนเอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์

2.ทำความสะอาดเอ็กซแพนชั่นวาล์ว/แคปพิลารี่ทิ้วป์

3.ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนพัดลม

4.แก้ไขชาร์จน้ำยาให้ถูกต้อง

ท่อทางส่งเป็นน้ำแข็งหรือเป็นเหงื่อ 1.ตัวดรายเออร์ชื้นหรือแสตนเนอร์อุดตัน 1.เปลี่ยนตัวดรายเออร์ชื้นหรือแสตนเนอร์
เครื่องมีเสียงดัง 1.เครื่องอาจยึดไม่แน่น

2.ท่อสั่นทำให้เกิดเสียง

3.ใบพัดทำให้เกิดเสียง

4.ลูกปืนหรือบูชมอเตอร์หลวม

1.ตรวจสอบและขันให้แน่น

2.ปรับท่อให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย

3.เปลี่ยนใบพัด

4.เปลี่ยนมอเตอร์

แอร์บ้าน,ราคาแอร์บ้าน,แอร์บ้านราคา,แอร์ติดผนัง

0

เครื่องปรับอากาศกินไฟสูงผิดปกติ

โลโก้แอลจี

เครื่องปรับอากาศกินไฟสูงผิดปกติ

กรณีที่เครื่องปรับอากาศมีอาการกินไฟสูงผิดปกติ เราอาจสังเกตเห็นความผิดปกติ ซึ่งในการหาสาเหตุให้แน่ชัด  จะต้องใช้คลิปแอมป์วัดกระแสในช่วงระหว่างคอมเพรสเซอร์สร้างแรงอัด  และอ่านค่าว่าอยู่ในระดับที่ name Plate ระบุไว้หรือไม่และพร้อมกันนั้นลองตรวจสอบสภาพของคอนเดนเซอร์หรือคอยล์ร้อนที่หลังพัดลมระบายอากาศว่ามีเศษสิ่งสกปรกเกาะอยู่หรือไม่

ส่วนใหญ่แล้วหากตัดการทำงานของมอร์เตอร์คอมเพรสเซอร์ที่ทำงานผิดปกติออกไป  การที่เครื่องปรับอากาศมีการกินกระแสไฟฟ้า  อาจเกิดจากความสกปรกที่คอนเดนเซอร์  โดยเฉพาะในบริเวณคีบที่มักมีการกินกระแสไฟมากผิดปกติ  ทั้งนี้ความสกปรกที่กิดขึ้นที่คอยล์เย็นหรืออีวาโปเรเตอร์ก็เช่นกัน  หากเกิดมีสิ่งสกปรกอุดตันอยู่ทั่วไป  นอกจากจะทำให้คอยล์เย็นมีน้ำแข็งเกาะแล้ว  ยังทำให้มอเตอร์คอมเพรสเซอร์กินกระสำไฟมากผิดปกตอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีสาเหตุที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของคอมเพรสเซอร์อีกด้วย  ที่ส่งผลให้เกิดการกินกระแสไฟมากผิดปกติ ซึ่งในกรณีนี้เกิดขึ้นน้อยมาก แต่ก็ใช่ว่าไม่เคยเลยโดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศที่เดินเครื่องใช้งานต่อเนื่องติดต่อกันนานหลายปี คอมเพรสเซอร์ที่สร้างกำลังอัดอย่างต่อเนื่องก็อาจเกิดการเสื่อมสภาพได้ อีกทั้งยังมีอีกสาเหตุที่ทำให้เครื่องปรับอากาศกินไฟมากผิดปกติ ก็คือ อากาศภายนอกสามารถรั่วไหลเข้าไปได้ซึ่งอาจเกิดจากปัญหารั่วซึมทางด้านทางดูดของระบบทำความเย็น ทำให้เมื่อคอมเพรสเซอร์สตาร์ทการทำงาน ได้มีการดูดอากาศภายนอกเข้าไปด้วยนั่นเอง แอร์ราคา,แอร์บ้าน,ราคาแอร์บ้านถูก

0

วิธีการปิดเครื่องปรับอากาศเมื่อไม่ได้ใช้งาน

โลโก้พานาโซนิค

วิธีการปิดเครื่องเมื่อไม่ได้ใช้งานนานและเปิดใช้อีกครั้ง

เมื่อไม่ได้ใช้เครื่องปรับอากาศเป็นเวลานาน

  1. ตั้งอุณหภูมิไว้ที่ระดับสูงสุดในโหมด manual COOL เป็นเวลา 3-4 ชั่วโมง
  • เป็นการขจัดความชื้นภายในเครื่อง
  • ความชื้นในเครื่องปรับอากาศเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดสภาพอันเหมาะสมต่อการเติบโตของเชื้อราได้
  1. กดปุ่ม ON/0FFเพื่อหยุดการทำงาน
  2. สับเบรกเกอร์ลง และ/หรือถอดปลั๊กไฟออก
  3. ถอดแบตเตอรี่ทั้งหมดออกจากรีโมทคอนโทรล

เมื่อเริ่มใช้เครื่องปรับอากาศอีกครั้ง

  1. ทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ
  2. ตรวจสอบว่าไม่มีสิ่งกีดขวางที่ช่องลมเข้า และช่องลมออกของเครื่องภายในและภายนอกบ้าน
  3. ตรวจสอบว่าต่อสายดินถูกต้องแล้ว
  4. เริ่มต้นการใช้งานตามวิธีการใช้งาน
0

ปัญหาเกี่ยวกับการใช้รีโมทคอนโทรล

โลโก้ไดกิ้น

ปัญหาเกี่ยวกับการใช้รีโมทคอนโทรล

โดยส่วนใหญ่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับรีโมทคอนโทรล จะเกิดจากถ่านหมดหรือขั้วถ่านเป็นสนิม ในกรณีนี้สามารถแก้ไขได้โดยการเปลี่ยนถ่านหรือใช้กระดาษทรายขัดเอาสนิมออกเพื่อให้ขั้วถ่านและถ่านสามารถสัมผัสและจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ของรีโมตได้ ส่วนปัญหารองลงมาก็คือ การเสียหายของตัวรีโมทได้ ซึ่งอาจเกิดจากการตกกระแทกบ่อยโดยบางครั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่อาจซ่อมแซมได้หรืออาจมีค่าซ่อมแพงไม่คุ้มที่จะซ่อมแซม แต่ในปัจจุบันได้มีการผลิตรีโมตชนิดพิเศษที่สามารถตั้งรหัสให้ใช้งานได้กับเครื่องปรับอากาศทุกยี่ห้อโดยจะต้องตั้งรหัสให้ตรงกันกับรุ่นของเครื่องปรับอากาศ ก็จะสามารถใช้งานได้ตามปกติทันที โดยวิธีการค้นการหัสรีโมตนั้นจะมีขั้นตอนดังนี้

  • เปิดเบรกเกอร์เครื่องปรับอากาศให้มีไฟกระพริบที่หน้าเครื่อง
  • เลือกรหัสจากคู่มือของรีโมท โดยจะมีการแสดงรุ่น ยี่ห้อ และรหัสของรีโมท
  • กดปุ่ม Set ค้างเอาไว้ จนกว่าตัวเลขรหัสจะกระพริบจากนั้นเลื่อนขึ้นและลงเพื่อเปลี่ยนตัวเลขรหัสให้ตรงกับรุ่นและยี่ห้อของเครื่องปรับอากาศ
  • เมื่อตั้งรหัสได้แล้ว กดปุ่ม ok เพื่อล็อกรหัสนั้น เครื่องปรับอากาศจะติดทำงานทันที  แล้วรีโมทใหม่จะสามารถใช้งานแทนได้ตามปกติ
  • ในกรณีที่คู่มือไม่สามารถแสดงรหัสบางรุ่นบางยี่ห้อ จะต้องเลื่อนรหัสไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ 000-999  ซึ่งหากรหัสที่เลื่อนไปตรงกับรุ่นยี่ห้อของเครื่องปรับอากาศ เครื่องปรับอากาศจะติดทำงานทันที จากนั้นให้ทำการกดปุ่ม ok เพื่อล็อกรหัสนี้ไว้ใช้งานรีโมทต่อไป

และนอกจากนี้อาจเกิดปัญหาในการไม่สามารถใช้รีโมทสั่งการได้ในบางฟังชั่น เช่น ปรับอุณหภูมิไม่ได้  แต่ปรับระดับความแรงลมได้ หรือใช้รีโมทเปิดเครื่องได้อย่างเดียว  แต่ปรับฟังก์ชั่นอื่น ๆ ไม่ได้เลย  ปัญหาในกรณีนี้อาจไม่ได้เกิดจากรีโมท  แต่อาจเกิดจากแผงคอนโทรลควบคุมการทำงานหรือตัวรับสัญญาณภายในเครื่องปรับอากาศ ซึ่งหากเกิดปัญหานี้จะต้องตรวจสอบหาความผิดปกติในแผงวงจรอิเล็คทรอนิกส์ภายในและอุปกรณ์รับสัญญาณรีโมท